การผดุงครรภ์ไทย เป็นศาสตร์แขนงหนึ่งของการแพทย์แผนไทย และเป็นภูมิปัญญาของบรรพชนที่ควรอนุรักษ์ให้อยู่คู่สังคมไทยอย่างยั่งยืน


การดูแลตัวเองหลังคลอด


เขียนเมื่อ : 2017-03-27, โดย : มานพ พันธุศาสตร์


การดูแลตัวเองหลังคลอด

การอยู่เดือนของ เป็นการพักฟื้นของแม่คนใหม่ ทั้งนี้เพื่อการรักษาตนเองหลังคลอดให้ปลอดภัยจากอันตราย จากภายนอกกายและภายในกายตน คนล้านนาจะเรียกผู้ที่อยู่เดือนนี้ว่า “แม่กำเดือน” ซึ่งมีการปฏิบัติคล้ายกับพระสงฆ์ที่อยู่กรรม คือการอดทนอดกลั้นที่จะทำอะไรตามใจคน การอยู่เดือนของคนล้านนาจะแบ่งออกเป็น ๒ อย่าง คือ
  การอยู่เดือนไฟ
    คือ แม่กำเดือนจะอยู่ข้างกองไฟตลอด โดยสามีจะเป็นคนที่สร้างแม่ชีไฟ คือกระบะสี่เหลี่ยมที่ใส่ดินเหนียวเอาไว้ ความกว้างของกระบะนั้นแล้วแต่จะสร้างขึ้น เมื่อใส่ดินเหนียวแล้วก็จะมีก้อนเส้าตั้งข้างบน เพื่อเอาไว้เป็นที่ต้มยา หรือว่าน้ำให้แม่กำเดือนกินและก็มีแคร่ไม้ไผ่สำหรับแม่กำเดือนนอนอยู่ ทั้งหมดนี้จะสร้างอยู่ในห้อง ๆ หนึ่งสำหรับแม่กำเดือน
  การอยู่เดือน
    ระยะหลังมาเห็นว่าการอยู่เดือนไฟนั้นยุ่งยาก ไม่ค่อยสะอาดเท่าที่ควรและก็มีการแยกห้องครัวหรือว่าชีไฟออกจากตัวบ้าน การอยู่เดือนไฟ จึงมีความนิยมน้อยลง เปลี่ยนมาเป็นการอยู่เดือนแบบไม่มีกองไฟ ในช่วงที่อยู่เดือนนี้ ห้ามแม่กำเดือนลงเรือนตอนหัวค่ำหรือว่าตอนกลางคืน เพราะวาแผลจากการคลอดหรือว่าร่างกายยังไม่เข้าที่เข้าทางไม่แน่น เรียกว่า “ส่าห่าง” ทำให้ผีมองเห็นเครื่องในได้ถนัด และการที่แม่กำเดือนต้องโพกหัวอยู่ตลอดเวลานั้นเพราะป้องกันลมขึ้นหัวและยังต้องมีผ้าที่คาดท้องเพื่อป้องกันท้องใหญ่และหย่อน จะมีการรักษาแผลจากการคลอดไปด้วย โดยใช้หัวไพลตำกับเกลือพอกบาดแผลเอาไว้ในระหว่างที่อยู่เดือนนั้น ห้ามแม่กำเดือนนั้นยกของหนักทุกอย่าง และห้ามยกของเบาที่สุดบางอย่างอีก เช่น ตระกล้างิ้ว (นุ่น) หรือว่าจะเป็นที่นอนที่ยัดด้วยงิ้ว หมอนที่ยัดด้วยงิ้ว ตะกร้าใส่ผ้าอ้อม ถ้าหากยกของบางทีจะทำให้ดาก (คงจะเป็นส่วนหนึ่งของมดลูก) เลื่อนลงมา ยิ่งยกของหนัก ดากก็จะยิ่งเลื่อนลงต่ำลงมาง่าย ประกอบกับตอนที่คลอดนั้นเกิดแผลอาจจะทำให้ดากเลื่อนลงได้ง่ายอีก ถ้าดากเลื่อนลงมานั้นและปล่อยทิ้งไว้ ก็จะมีน้ำไหลออกมาเปียกชุ่มผ้านุ่ง การรักษานั้น ถ้าไปหาแม่ช่าง เขาก็จะเอาน้ำเกลือนวดเฟ้นส่วนที่โผล่ออกมา แล้วก็จะกดส่วนนั้นกลับคืนเข้าไปที่เดิม แม่กำเดือนนั้นมักจะเป็นอะไรได้ง่ายเนื่องจากร่างกายไม่ค่อยแข็งแรง และอาการที่คนเฒ่าคนแก่จะกลัวว่า จะเกิดกับแม่กำเดือนนั้นคือ การผิดเดือน คืออาการที่อ่อนเพลียไม่สบาย ซูบซีดผอมเหลือง ถ้าแก้ไขไม่ได้หรือว่ารักษาไม่ดีนั้น ภายหลังอาจจะกลายเป็นคนเสียสติเลยก็ได้ สาเหตุของการผิดเดือนนั้นมีอยู่สองอย่างคือ กินอาหารผิดหรือว่ากินของแสลง เช่น กินหน่อไม้ดอง เนื้อวัว เมื่อรู้ตัวเองว่ากินผิดต้องรีบรักษาให้หาย การรักษาการกินผิดนี้ รักษาง่าย อีกสาเหตุอีกประการคือการที่ได้กลิ่นที่แสลงเหม็นสาบ เช่น เหม็นกลิ่นเผายางรถ กลิ่นแกงบางอย่าง เช่น แกงผักหละ (ผักชะอม) เหม็นกลิ่นอาหารทอดบางอย่างหรือว่าสาบอะไรบางอย่างที่ตนเองไม่ชอบ การผิดสาบนี้ รักษายาก การรักษาการกินผิดนี้ รักษาด้วยการใช้สมุนไพรคือ หัวรางคาว(ว่านน้ำ) หัวจักไค(ตะไคร้)แห้งคากอ หัวปูเลย(ไพล) เอาตัวยาเหล่านี้ฝนใส่น้ำแช่ข้าวสารจ้าว ๗ เม็ดใช้กินและตบหัว การผิดสาบนั้น จะมาในอาการนอนไม่หลับ ได้กลิ่นที่ตนเองนั้นผิดสาบไม่ได้ จะเวียนหัวอยากอวก ใจสั่น ปวดหัว หรือว่าถึงขั้นล้มป่วยไม่สบาย ก็มีการรักษาหายยากและช้ากว่าการกินผิด เพราะว่ากลิ่นนั้นเข้าไปสู่กระแสเลือดมันจะฝังลึกในร่างการเลย สมัยก่อนนั้นเมื่อรู้ว่าบ้านไหนมีแม่กำเดือนนั้นข้างบ้าน จะให้ความร่วมมือในเรื่องราวเหล่านี้ จะไม่เผาขยะในตอนกลางวัน จะเผาขยะหรือว่าทำอาหารที่มีกลิ่นสาบในตอนหัวค่ำ เพราะว่าแม่กำเดือนนั้นเข้าในมุ้งแล้ว และจะไม่เผาขยะที่มีกลิ่นแรงจะเขี่ยออกเสีย ซึ่งถ้าแม่กำเดือนเข้าห้องอยู่ในมุ้งนอนแล้วมันสามารถที่ช่วยป้องกันเรื่องเหล่านี้ได้มาก แต่ไม่ถึงที่สุด หรือถ้าจำเป็นจริงๆนั้น จะตะโกนบอกให้้แม่กำเดือนรู้ก่อนว่าอาจจะเผาขยะ หรือว่าจะทำอาหารที่มีกลิ่นแรงเพื่อให้แม่กำเดือนนั้นเข้าไปในห้องในมุ้งก่อน การซักตากผ้าอ้อมนั้นก็เป็นสิ่งที่สำคัญและมีความเชื่อ คือสมัยก่อนนั้นการซักผ้านั้นจะไปซักกันที่แม่น้ำหรือว่าที่น้ำไหล ผู้ที่ซักผ้าอ้อมเด็กนั้นจะต้องซักและเก็บผ้ามาตากให้ครบจำนวน ห้ามขาดหาย ถ้าหายไปต้องหาให้พบ เพราะมีความเชื่อที่ว่า ผีอาจจะเอาผ้าอ้อมไปทำอะไรซักอย่างทำให้เด็กร้องไห้ทั้งคืนและการตากผ้าอ้อม ต้องเก็บผ้าที่ตากก่อนที่ตะวัน จะ “ส่องขี้หม่า” ขี้หม่าคือน้ำโสโคลกที่อยู่ใต้ห้องครัว ห้ามตากผ้าในตอนกลางคืน เชื่อว่านกเค้าผีกะจะมาเอาขวัญเด็ด หรือว่าผีเมื่อมันไปหากินในตอนกลางคืน มันจะมาเช็ดปากที่ผ้าอ้อมที่ตากไว้ เมื่อตอนเช้ามาก็จะเห็นเป็นรอยวงๆ และจะทำให้เด็กร้องให้ หรือว่านอนไม่หลับทั้งคืน และเป็นสิ่งที่ดีในการตากผ้า ผ้าที่ตากจะได้ไม่โดนน้ำค้างและขึ้นรา การอาบน้ำของแม่กำเดือนก็เช่นกัน ใช่ว่าจะอาบได้ทุกวัน แม้ว่าจะเป็นฤดูร้อนที่มีเหงื่อออกมากก็ตาม ๑๐ วันถึงจะอาบน้ำได้ครั้งหนึ่งและห้ามขัดถูตัว เพราะว่าในวันหน้านั้น เอ็นตามที่ขัดถูนั้นจะฟูขึ้นมาเรียกว่า “เอ็นฟูเอ็นขาด” และน้ำที่อาบนั้นจะเป็นน้ำต้มสมุนไพรอีกด้วย คือ เอาใบเปล้า ใบมะขาม เปลือกต้นมะกอก และหัวปูเลยมาต้มอาบ


แหล่งอ้างอิง

จาก:   เอกสารอิเล็กทรอนิกส์  ในหมวด:  วิธีการดูแลหญิงตั้งครรภ์    phuketthaitraditionalmedicinecenter.blogspot.com
จาก:   หนังสือ  ในหมวด:  วิธีการดูแลหญิงตั้งครรภ์    ประเพณีชีวิตคนเมือง สถาบันวิจัยสังคม ฉบับ พิมพ์ครั้งที่ ๒, ๒๕๔๔

หวตให้เรื่องนี้

    5 (มากที่สุด) 4 (มาก) 3 (ปานกลาง)
    2 (น้อย) 1 (น้อยที่สุด)

    (คำแนะนำ! การโหวตจำเป็นต้องทำการเข้าสู่ระบบสมาชิกก่อน เข้าสู่ระบบ / สมัครสมาชิก.)

วามน่าสนใจ

  • คะแนนโหวตเฉลี่ย : 0.00
  • ยอดผู้เข้าชม : 550

แสดงความคิดเห็นของคุณ

ร่วมแสดงความคิดเห็นที่เกี่ยวข้องกับบทความ/บล็อกนี้

(คำแนะนำ! การแสดงความคิดเห็นจำเป็นต้องทำการเข้าสู่ระบบสมาชิกก่อน เข้าสู่ระบบ / สมัครสมาชิก.)