การผดุงครรภ์ไทย เป็นศาสตร์แขนงหนึ่งของการแพทย์แผนไทย และเป็นภูมิปัญญาของบรรพชนที่ควรอนุรักษ์ให้อยู่คู่สังคมไทยอย่างยั่งยืน



การดูแลหญิงหลังคลอดด้วยการนวด


ข้อบ่งใช้ เพื่อการบำบัดรักษาและฟื้นฟูสภาพในหญิงหลังคลอด ที่มีอาการปวดแขน ขา บ่า เอว หลัง กระเบนเหน็บ
  คลอดปกติ สามารถทำการนวดได้ตั้งแต่หลังคลอด 8-12 ชั่วโมง เป็นต้นไปได้ ถ้าไม่มีภาวะแทรกซ้อน เช่น เวียนศีรษะ หน้ามืด อาการตกเลือด
  ผ่าตัดคลอด สามารถทำการนวดได้ตั้งแต่วันที่ 2 ของการผ่าตัดคลอดเป็นต้นไป ได้ ถ้าไม่มีภาวะแทรกซ้อน เช่น เวียนศีรษะ หน้ามืด อาการตกเลือด


ประโยชน์

1. ทำให้การไหลเวียนของโลหิตและน้ำเหลืองดีขึ้น

2. บำบัดรักษาอาการปวด ตึง ล้า บวม ของกล้ามเนื้อ ลดการติดขัดของข้อต่อ 

3. ทำให้กล้ามเนื้อ เส้นเอ็น และพังผืดอ่อนตัว ช่วยลดอาการเกร็งของกล้ามเนื้อ ลดการติดขัดของข้อต่อ กล้ามเนื้อมีความยืดหยุ่นดีขึ้น เคลื่อนไหวได้สะดวกขึ้น และทำให้ระบบกล้ามเนื้อและระบบประสาทผ่อนคลาย




หลักการทำหัตถการ

1. จัดท่าหญิงหลังคลอดให้เหมาะสมกับการนวดแต่ละตำแหน่ง

2. การนวดในหญิงหลังคลอด ได้แก่ นวดพื้นฐานขา หรือนวดพื้นฐานหลัง หรือนวดพื้นฐานแขน หรือนวดพื้นฐานบ่า หรือนวดโค้งคอ หรือนวดศีรษะ ตามอาการที่มีของหญิงหลังคลอด

3. เวลานวดตามความเหมาะสมในแต่ละอาการ


1 / 2
นวดพื้นฐานขา
2 / 2
นวดบริเวณที่มีอาการ


ข้อห้าม

1. หญิงหลังคลอดที่มีไข้สูงเกิน 37.5 องศาเซลเซียส

2. หญิงหลังคลอดที่มีความดันโลหิตสูง (systolic สูงกว่าหรือเท่ากับ 140 mm.Hg และ/หรือ diastolic สูงกว่าหรือเท่ากับ 90 mm.Hg) ที่มีอาการหน้ามืด ใจสั่น ปวดศีรษะ หรือคลื่นไส้ อาเจียน

3. บริเวณที่ผ่าตัดภายในระยะเวลา 1 เดือน

4. หญิงหลังคลอดที่มีข้อห้ามของการนวดโดยทั่วไป




ข้อควรระวัง

1. การนวดต้องนวดด้วยความระมัดระวัง

2. หญิงหลังคลอดที่เป็นเบาหวาน

3. หญิงหลังคลอดที่มีผิวที่แตกง่าย

4. หญิงหลังคลอดที่มีลักษณะของข้อควรระวังในการนวดโดยทั่วไป




อาการแทรกซ้อน

ถ้าหากลงน้ำหนักในการนวดมากไป หรือลงน้ำหนักบริเวณที่ใกล้ระบบประสาทอัตโนมัติแนวไขสันหลังอาจทำให้เกิดการระบม มีรอยแดง รอยช้ำ ซึ่งอาการเหล่านี้สามารถหายเองได้โดยไม่ต้องทำอะไรหรือใช้การประคบสมุนไพร/ทำการพยาบาลเบื้องต้น หากมีอาการมากขึ้น หรือมีอาการมึนศีรษะ วิงเวียนศีรษะ หรือมีอากาแทรกซ้อนที่มีอาการนานเกิน 7 วัน ให้ส่งต่อแพทย์แผนปัจจุบัน