การผดุงครรภ์ไทย เป็นศาสตร์แขนงหนึ่งของการแพทย์แผนไทย และเป็นภูมิปัญญาของบรรพชนที่ควรอนุรักษ์ให้อยู่คู่สังคมไทยอย่างยั่งยืน



การดูแลหญิงหลังคลอดด้วยการนาบอิฐ (ก้อนเส้า)


ข้อบ่งใช้ เพื่อฟื้นฟูสภาพในหญิงหลังคลอด ทำให้มดลูกรัดตัวดี มดลูกเข้าอู่เร็ว น้ำคาวปลาไหลสะดวก ไม่มีอาการหนาวสั่น
  คลอดปกติ ให้ทำการนาบอิฐได้ในช่วงหลังคลอด 7 วัน ถึง 3 เดือน วันละไม่เกิน 1 ครั้ง ติดต่อกันไม่เกิน 1 เดือน
  ผ่าตัดคลอด ให้ทำการนาบอิฐได้ในช่วงหลังคลอดเกิน 1 เดือน (แผลผ่าตัดหายดีแล้ว) แต่ไม่เกิน 3 เดือน วันละ 1 ครั้ง ติดต่อกันไม่เกิน 1 เดือน


ประโยชน์

1. ทำให้มดลูกหดรัดตัวได้ดี มดลูกเข้าอู่เร็ว น้ำคาวปลาไหลสะดวก
2. ความร้อนจะช่วยให้เกิดการกระตุ้นการเผาผลาญไขมันหน้าท้อง ช่วยให้หน้าท้องยุบได้บ้างเล็กน้อย
3. แก้อาการปวดเมื่อย ขัดยอก

หมายเหตุ ใบพลับพลึง เป็นสมุนไพรที่ใช้ประคบหน้าท้อง สำหรับการนาบอิฐ


1 / 1
สรรพคุณช่วยให้มดลูกเข้าที่อยู่ตัว น้ำคาวปลาแห้ง ขจัดไขมันส่วนเกินและขับของเสีย


ขั้นตอนการทำหัตถการ

1. นำใบพลับพลึงวางที่ผ้า
2. นำก้อนอิฐไปเผาไฟให้ร้อน
3. นำอิฐที่ร้อนมาวางบนใบพลับพลึงแล้วเอาผ้าห่อ แล้วนำไปวางบริเวณเหนือหัวหน่าว ท้อง และตามส่วนต่างๆของร่างกาย


1 / 4
นำก้อนอิฐร้อนที่เผาไฟ มาวางบนใบพลับพลึงที่วางอยู่บนผ้า
2 / 4
ห่อด้วยผ้า
3 / 4
นำไปวางบริเวณเหนือหัวหน่าว
4 / 4
ไล่ไปตามส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย


ข้อห้าม

1. หญิงหลังคลอดที่มีไข้สูงเกิน 37.5 องศาเซลเซียส
2. หญิงหลังคลอดที่มีอาการตกเลือด
3. หญิงหลังคลอดที่แพ้สมุนไพร หรือมีอาการไม่พึงประสงค์จากสมุนไพร
4. หญิงหลังคลอดที่รับประมานอาหารอิ่มใหม่ๆ ไม่เกินครึ่งชั่วโมง




ข้อควรระวัง

1. การคลอดที่ใช้การผ่าตัด ถ้าจะทำการนาบอิฐจะทำได้ในช่วงหลังคลอด เกิน 1 เดือน
2. ในขณะที่ก้อนอิฐร้อนไม่ให้วางหรือกดแช่นานๆ
3. หญิงหลังคลอดที่เป็นเบาหวาน ความดันโลหิตสูง ต้องทำอย่างระมัดระวัง
4. ระมัดระวังการนาบอิฐไม่ให้ถึงใต้อก




อาการแทรกซ้อน

ในขณะที่มีการนาบอิฐ อาจเกิดอาการปวดแสบปวดร้อน พุพองหรือมีอาการหน้ามืด วิงเวียนศีรษะให้หยุดทำการนาบอิฐและทำการปฐมพยาบาลเบื้องต้น หากอาการไม่ดีขึ้นให้ส่งต่อแพทย์แผนปัจจุบัน